วันพุธที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

สถาปัตยกรรมกรีก-โรมัน

สถาปัตยกรรมกรีก-โรมัน


สถาปัตยกรรมกรีก

เมื่อประมาณ 3000 ปีก่อนคริสตศักราช กลุ่มชนรุ่นแรกได้อพยพเข้าสู่คาบสมุทรกรีก สถาปัตยกรรมของกลุ่มชนเหล่านี้มีลักษณะเรียบง่าย ไม่มีอะไรน่าสนใจเมื่อเทียบกับ ชาวกรีกยุคคลาสสิก ... พวกเขาก่อสร้างบ้านเรือนในหลากหลายรูปแบบ ทั้งรูปทรงกลม รูปทรงไข่ รูปทรงสี่เหลี่ยม วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างมักทำมาจากโคลน โดยปราศจากการใช้ปูนในการก่อสร้าง ภายในบ้านส่วนใหญ่จะมีเพียงแค่ห้องเดียว
ชาวกรีกโบราณมีวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่มานานกว่าพันปีในครีต สถาปัตยกรรมมิโนอันมีให้เห็นกันมากในรูปแบบที่อยู่อาศัย พวกเขาไม่นิยมสร้างวัดและสถานที่สาธารณะ ไม่เหมือนกับชนกลุ่มโบราณ ซึ่งในบ้านเรือนของพวกเขานั้นมักจะสร้างให้มีหลายห้องและมีมากกว่า 1 ชั้น การกั้นห้องจะใช้เสาเป็นตัวกั้น ลักษณะภายในบ้านจะค่อนข้างเปิดโล่ง บันไดถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในบ้าน จากนี้ไปจะเป็นสถาปัตยกรรมในช่วงกรีกโบราณ
 สถาปัตยกรรมกรีกยุคคลาสสิคที่สำคัญ มีแตกต่างกัน 3 ประเภทที่พวกเราคงเคยได้ยินได้เห็นกันมาบ้างแล้วจากตำราเรียนสมัยมัธยม นั่นก็คือ สถาปัตยกรรมแบบ Doric, Ionic, and Corinthian ซึ่งสถาปัตยกรรมแบบ Corinthian นั้นจะไม่ค่อยเป็นที่นิยมกว้างขวางเท่ากับสถาปัตยกรรมแบบ Doric, Ionic เพราะว่าสถาปัตยกรรมแบบ Corinthian นั้นมีความสลับซับซ้อนและมีรายละเอียดเยอะมาก

สถาปัตยกรรมแบบ Doric เป็นที่รู้จักเพราะชาวสปาตันนิยมใช้ มันสร้างขึ้นจากด้ามไม้ซึ่งภายหลังกลายเป็นหิน ตอนบนของด้ามไม้จะมีบุที่มีบล็อคไม้ทรงสี่เหลี่ยมอยู่ เสาค้ำขื่อที่เรียกว่า architrave

เสา Ionic จะมีลักษณะเรียวกว่าเสา Doric การสร้างต้องใช้แม่แบบและการตกแต่งโดยการแกะสลักด้วยศิลปะที่พริ้วไหว ส่วนบนสุดของผนังมีรายละเอียดที่สวยงาม

เมื่อพูดถึงวัดกรีก เราจำเป็นต้องรู้ว่าความเชื่อทางศาสนาของชาวกรีกนั้นไม่เหมือนชาวคริสเตียน ประเด็นแรก ชาวกรีกเชื่อว่าเทพเจ้าของพวกเขามีธรรมชาติที่เหมือนมนุษย์ธรรมดาทั่วไป เพียงแต่ว่าเทพเจ้าเหล่านั้นจะพิเศษกว่าทางด้านความเฉลียวฉลาดและความแข็งแกร่ง ประเด็นที่สอง ชาวกรีกเชื่อว่าวัด โบสถ์ของพวกเขาคือที่อยู่อาศัยของเทพเจ้าที่พวกเขาศรัทธา ดังนั้นสถานที่เหล่านี้จึงต้องมีความสวยงามกว่าบ้านเรือนทั่วไป ประเด็นต่อมา ชาวกรีกไม่ได้รวมตัวกันเพื่อสรรเสริญพระเจ้าในวัดหรือโบสถ์ของพวกเขา เหมือนอย่างคริสตศาสนนิกชนประเด็นสุดท้าย การบูชายัญและการบวงสรวง ถือเป็นคำสั่งของเทพเจ้า ดังนั้นทุกวัดหรือโบสถ์จะมีแท่นบูชาอยู่บริเวณชานวัดเพื่อจัดพิธีกรรม





สถาปัตยกรรมโรมัน


สถาปัตยกรรมโรมัน ได้แก่อาคารต่าง ๆ ส่วนมากเป็นรูปทรงพื้นฐานและวัสดุที่ใช้สร้างอาคาร ได้แก่ ไม้ อิฐ ดินเผา หิน ปูน และคอนกรีต ซึ่งชาวโรมันเป็นชาติแรกที่ใช้คอนกรีตอย่างกว้างขวาง และพัฒนารูปแบบออกจากระบบเสาและคาน ไปสู่ระบบโครงสร้างวงโค้ง หลังคาทรงโค้ง หลังคาทรงกลม และหลังคาทรงโค้งกากบาท มีการนำสถาปัตยกรรมที่สำคัญของกรีกทั้ง 3 แบบ มาเปลี่ยนแปลงและ ปรับปรุงให้วิจิตรบรรจงขึ้นชาวกรีกใช้เสาเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง แต่ชาวโรมันมักจะเพิ่มการตกแต่งลงไป โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ทางโครงสร้างเท่าไรนัก ลำเสาของกรีกจะเป็นท่อนๆ นำมาวางซ้อนต่อกันขึ้นไป แต่เสาของโรมันจะเป็นเสาหินท่อนเดียวตลอด รูปแบบอนุสาวรีย์ที่พบมากของโรมันคือ ประตูชัย เป็นสิ่งก่อสร้างตั้งอิสระประดับตกแต่งด้วยคำจารึก และรูปนูนบรรยายเหตุการณ์ที่เป็นอนุสรณ์ สถาปัตยกรรมที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของโรมัน คือสะพานส่งน้ำ ซึ่งใช้เป็นทางส่งน้ำจากภูเขา มาสู่เมืองต่างๆ ของชาวโรมันเป็นสิ่งก่อสร้างที่แสดงถึงความก้าวหน้าทางวิศวกรรมของโรมันอย่างเห็นได้ชัดสถาปัตยกรรมโรมันในช่วง พ.ศ.600-873 ได้สะท้อนให้เห็นความมั่งคั่งและ อำนาจของจักรวรรดิโรมันอาคารสถาปัตยกรรมมีขนาดกว้างใหญ่ และมีการตกแต่งอย่างฟุ่มเฟือย มีการควบคุมทำเลที่ตั้ง การจัดภูมิทัศน์อย่างพิถีพิถันมีการ สร้างลานชุมนุมชาวเมืองโรงมหรสพหรือสนามกีฬา โรงอาบน้ำสาธารณะ และ อาคารที่พักอาศัยต่างๆ เป็นจำนวนมาก ภายในอาคารมักประดับด้วยหินอ่อนหินสี และประติมากรรมแกะสลักตกแต่งอย่างสวยงาม



ตัวอย่างสถาปัตยกรรมโรมัน


โรมันฟอรัม

โรมันฟอรัมเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งทุกอย่างในสมัยโรมันเรืองอำนาจทั้งธุรกิจ  การเมือง  และศาสนา  ตัวหมู่อาคารฟอรัมทั้งหมดใช้เวลาก่อสร้างในช่วงเวลายาวนานถึง 900 ปี  เป็นที่ประกอบศาสนกิจ  ที่ชุมนุมทางการเมืองแต่เมื่อจักรวรรดิโรมันเสื่อมลง  ฯลฯ โรมันฟอรัมก็ถูกทิ้งร้างจนถึงยุคกลางก็กลายเป็นเพียงซากปรักหักพังที่มีหญ้าขึ้นรกเรื้อและมีการนำฝูงสัตว์เข้ามาเลี้ยง ปล่อยให้กินหญ้า  ชิ้นส่วนอิฐและหินอ่อนถูกรื้อนำไปสร้างบ้านเรือน  จนกระทั่งเข้ายุคเรอเนสซองส์ซึ่งผู้คนหันมาให้  ความสนใจกับศิลปินวิทยาการของโรมันกันอีก  โรมันฟอรัมก็ได้กลายเป็นแหล่งค้นคว้าหาความรู้และเป็น แรงบันดาลใจให้กับศิลปินหลายต่อหลายคน  เริ่มมีการขุดค้นทางโบราณคดีและการขุดค้นศึกษาต่าง ๆ ก็ยังคงดำเนินอยู่จนทุกวันนี้

น้ำพุเทรวี่


น้ำพุเทรวี่ ตรงกลางด้านหน้าเป็นรูปปั้นหินอ่อนของเนปจูน เทพเจ้าแห่งน้ำของชาวโรมันโบราณ ใครมาเมืองนี้ก็ต้องไปโยนเหรียญที่น้ำพุแห่งนี้เพื่อให้ได้กลับมาอีกครั้ง เคล็ดลับในการโยนคือให้หันหลังให้น้ำพุ ถือเหรียญด้วยมือขวา แล้วโยนข้ามไหล่ซ้าย เขาว่ากันว่าถ้าโยนลง 2 ครั้งจะได้แฟนเป็นชาวอิตาลี ใครอยากได้หนุ่มหรือสาวอัซซูรี่เป็นแฟนก็หาโอกาสไปโยนเหรียญที่น้ำพุแห่งนี้ได้


โคลอสเซียม



โคลอสเซียม เป็นสนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เริ่มสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิเวสปาเซียนแห่งอาณาจักรโรมัน และสร้างเสร็จในสมัยของจักรพรรดิติตัส (Titus) ในศริตส์ศตวรรษที่ 1 หรือประมาณปี ค.ศ. 80 อัฒจันทร์เป็นรูปวงกลมก่อด้วยอิฐและหินทรายวัดโดยรอบได้ประมาณ 527 เมตร สูง 57 เมตร สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 คน มีการออกแบบอย่างชาญฉลาดโดยสร้างให้สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรี เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา และมีการออกแบบทางระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังในสนามขณะเกิดฝนตก ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬาต่างๆในปัจจุบัน

วิหารแพนธีออน

มหาวิหารแพนธีออน  สิ่งก่อสร้างอย่างเดียวที่หลงเหลืออยู่โดยสภาพที่สมบูรณ์ที่สุดจากอาณาจักรโรมัน           มหาวิหารแพนธีออนสร้างโดย Marcus Agrippa ซึ่งเป็นลูกเขยของจักรพรรดิ์ Augustus เมื่อ 27 ปีก่อนคริสต์กาล

มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์


มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์เป็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในนครรัฐวาติกันสร้างทับวิหารเดิมที่ชื่อเดียวกัน โดมของมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์สูงโดดเด่นสามารถเห็นได้แต่ไกลในตัวเมืองโรม วัดนี้ตั้งอยู่ในเนื้อที่ประมาณ 2.3 เฮกตาร์ สามารถจุคนได้กว่า 60,000 คน เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดที่หนึ่งของคริสตชนนิกายโรมันคาทอริกที่ตั้งวัดเชื่อกันว่าเป็นที่ฝังร่างของนักบุญปีเตอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาวกสิบสององค์ของพระเยซู นักบุญปีเตอร์เดิมเป็นบาทหลวงองค์แรกของอันติโอก ต่อมาก็ได้สถาปนาขึ้นเป็นพระสันตะปาปาองค์แรกของโรมเพราะนิกายโรมันคาทอลิกเชื่อกันว่าร่างของนักบุญปีเตอร์ ถูกฝังไว้ที่นี่ จึงเป็นประเพณีกันต่อมาว่าพระสันตะปาปาหลายองค์ก็ฝังไว้ที่วัดนี้
ตัวมหาวิหารปัจจุบันเริ่มสร้างเมื่อปีวันที่ 18 เมษายน ค.ศ. 1506 บนวัดแบบคอนแสตนติน และเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1626
แต่เดิมนั้นมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์มิได้เป็นสถานที่พำนักประจำตำแหน่งของพระสันตะปาปาเช่นปัจจุบันนี้ (สถานที่ประจำตำแหน่งของสันตะปาปาเดิมอยู่ที่มหาวิหารเซ็นต์จอห์น แลเตอร์รัน) ถึงกระนั้นก็ยังถือกันว่าเป็นวัดสำคัญวัดหนึ่ง เพราะวัดนี้ตั้งอยู่ในตัวนครรัฐวาติกันเอง และมีเนื้อที่มาก การทำพิธีต่างๆที่เกี่ยวกับพระสันตะปาปาก็จะมาทำกันที่นี่ นอกจากนั้นก็ยังมีบัลลังก์บิชอปปีเตอร์ (Cathedra Petri) ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นบัลลังก์ของนักบุญปีเตอร์เองเมื่อดำรงตำแหน่งเป็นสันตะปาปาที่นี่ แต่ปัจจุบันนี้เก้าอี้นี้ไม่ได้ใช้เป็นบัลลังก์บิชอปอึกแล้ว แต่ยังเก็บไว้ไต้ฐานแท่นบูชาที่ออกแบบโดยจานลอร์เรนโซ เบร์นินิ



ตัวอย่างสถาปัตยกรรมกรีก


วิหารพาร์เธนอน

วิหารพาร์เธนอน  คือวิหารโบราณบนเนินอะโครโพลิสในกรุงเอเธนส์ประเทศกรีซ สร้างเพื่อเป็นศาสนสถานบูชาเทพีเอเธนาหรือเทพีแห่งปัญญา ความรอบรู้ ในศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสต์ศักราช เป็นสิ่งก่อสร้างสถาปัตยกรรทกรีกโบราณที่มีชื่อเสียงที่สุด แสดงให้เห็นถึงความเฉลียวฉลาดของสถาปนิกในสมัยนั้นและถือได้ว่าเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก มีขนาดกว้าง 101.4 ฟุต หรือ 30.9 เมตร และ ยาว 228.0 ฟุต หรือ 69.5 เมตร  คำว่า พาร์เธนอน นั้นน่าจะมาจากประติมากรรมที่เคยตั้งอยู่ภายในวิหาร คือ Athena Parthenos ซึ่งมีความหมายว่า เทพีอันบริสุทธิ์

หอเอนเมืองปิซา


หอเอนเมืองปิซา ตั้งอยู่ที่เมืองปิซา ในจัตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม (Piazza Del Duomo) หอระฆังของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เป็นหอทรงกระบอก 8 ชั้น สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว สูง 183.3 ฟุต (55.86 เมตร) น้ำหนักรวม 14,500 ตันโดยประมาณ มีบันได 293 ขั้น เอียง 3.97 องศา ยอดของหอห่างจากแนวตั้งฉาก 3.9 เมตร


ที่มา  http://www.thaigoodview.com/node/19628

สถาปัตยกรรมแปลกที่สุดในโลก

College of Art & Design Ontario (Toronto, Canada)




อาคารมีลักษณะคล้ายเกมปริศนาอักษรไขว้นี้ผู้เชี่ยวชาญหลายสไตล์ของสถาปัตยกรรม"ในแผ่นดิน. ขึ้นใกล้อาคารมีลักษณะแปลกมาก สถาปนิกจะ British Alsop ได้ใส่ชุดของสตูดิโอศิลปะและพื้นที่สำนักงานในโรงเรียนเต็มไปด้วยสีสันสดใสสนุกสนาน

ปีเตอร์สเบิร์กอาคารบาร์โค้ด (เซนต์, Russia)


ตั้งอยู่บนธนาคารของ Neva River, อาคารนี้ได้รับการแปลงบาร์โค้ด -- อาการที่พบบ่อยที่สุดของการค้า -- เป็นรุ่น -- motif strong สถาปัตยกรรม สีแดงสดใสงานพื้นที่รอบเมือง นอกจากนี้ยังมีอาคารหลายรูปแบบสถาปัตยกรรมคล้ายกับดิกซี่ Cup Water Tower ในเลกซิงตัน -- Kentucky, อาคาร Uniroyal ยางใน Detroit, อาคารบาร์โค้ดใน Munich -- Germany ...

บ้าน Bioscleave (East Hampton, New York)



คู่อาราคาและศิลปิน Madeline Gins ออกแบบบ้านในปี 2008 นี้ตามเกณฑ์ของความตั้งใจที่จะก่อให้เกิดความตึงเครียด. บ้านที่มากมายโดยมีรายละเอียดแปลกอสมมาตร : พื้นลูกคลื่น, นูนและเว้าออกแบบซ็อกเก็ตในสถานที่ไม่สะดวก ... ทั้งหมดเพื่อให้คนอาศัยอยู่ในบ้านไม่เคยรู้สึก เสถียรภาพความสะดวกสบายและสัญชาติญาณเพื่อปกป้องการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของ อาราคาและคู่ Madeline เชื่อว่าเป็นกุญแจสำคัญในอมตะ .... บ้านนี้ขายโดย Sotheby 's Realty ที่สำหรับ $ 4,000,000 -- ราคาต่ำเกินไปที่จะ ... อมตะ!

ห้างสรรพสินค้า Selfridges (Birmingham, England)


สาขาใน Selfridges Birmingham ดูเหมือนเบาะเล็กน้อยลูกคลื่นยักษ์ที่ปกคลุมแผ่นอลูมิเนียมภายนอกโดย 15,000 วับๆ งานนี้ออกแบบโดย บริษัท Future Systems (British บริษัท เชี่ยวชาญในการออกแบบโครงการนวัตกรรม) และถือเป็นงาน groundbreaking อย่างเต็มที่และแรงบันดาลใจในชีวิตใหม่สำหรับสถาปัตยกรรม เทศบาลอยู่ในช่วงถดถอย

ขอบคุณที่มา : http://teemgroup.blogspot.com/2010/05/blog-post.html

Painting

Painting stairs is kinda cool, painting stairs like this would ensure your death the first time you drank at your house.

วันศุกร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2555

Le Corbusier ต้นแบบสถาปนิกในยุค modern



Le Corbusier เป็นสถาปนิก นักผังเมือง มัณฑนากร จิตรกร และนักเขียนชาวฝรั่งเศส(เดิมเป็นชาวสวิส แต่แปลงสัญชาติตอนอายุ 30กว่าๆ) และเป็นสถาปนิกที่เป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมmodern แนวความคิดในการออกแบบของเขายึดถือความคิดเกี่ยวกับรูปทรงอย่างเดียว พร้อมกับคำพูดของเขาที่ว่า " a house is a machine for living in"หมายความว่า บ้านพักอาศัยควรสนองประโยชน์ใช้สอยอย่างแท้จริง เขามองเห็นว่า บ้านนั้นเป็นผลิตผลของผู้บริโภคเหมือนกับรถยนต์ ซึ่งผลิตชิ้นส่วนออกมาจากโรงงาน และด้วยการผลิตทางอุตสาหกรรมนี้ บ้านก็ควรมีชิ้นส่วนที่ผลิตออกมาจากโรงงาน และหลักการนี้ก็เข้าครอบงำสถาปนิกตั้งแต่นั้นมา
            ความจริงแล้ว Corbusierได้แรงบันดาลใจจากภาพจำลองของเครื่องจักรและอาศัยสิ่งเหล่านี้ไปสร้างสรรค์กระบวนแบบใหม่ๆ ซึ่งไม่มีการเกี่ยวข้องกับสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม บ้านของเขาก็ดูคล้ายๆเครื่องจักร แต่ละส่วนแสดงออกมาชัดแจ้งเหมือนชิ้นส่วนของเครื่องจักร บ้านที่เรารู้จักกันดีคือ Villa Savoye ซึ่งถูกเปรียบเทียบกับเฮลิคอปเตอร์ที่ตั้งอยู่บนภูมิทัศน์ที่เกี่ยวเนื่องกับคติทางคลาสสิกและยุคเครื่องจักรกล Corbusierเป็นผู้สนับสนุนความคิดแบบอนาคตนิยม โดยการแสดงออกให้เห็นสังคมใหม่แทนที่จะให้สถาปัตยกรรมเป็นผู้กำหนดโลกใหม่ เขากลับมีความต้องการที่จะออกแบบสังคมใหม่ด้วยจินตนาการของเขาเอง

                                                       
                                                     Villa Savoye นอกกรุงปารีส


                                                   
                                                     บันได วนภายใน  Villa Savoye


                                                     Le corbusier กับโมเดลจำลอง

  Corbusier ออกแบบ villa savoye ให้สะท้อนถึงทิศทางของดวงอาทิตย์ โดยชั้นล่าง(พื้นดิน)ออกแบบเป็นโถงทางเข้า บันไดทางลาด โรงจอดรถ และห้องพักของคนขับรถและแม่บ้าน ส่วนชั้นหนึ่งเป็นห้องนอนใหญ่ ห้องนอนลูกชายและห้องนอนแขก ห้องครัว โถงรับแขก และลานระเบียงภายนอก




ส่วนห้องนอนอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ห้องครัวอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนชั้นสองจะเป็นที่ว่างไว้สำหรับอาบแดด
ลักษณะสถาปัตยกรรม 5 ประการ(five points of modern architecture)ของ Le Corbusier
1.ยกพื้นสูง ลอยตัว มีลักษณะเบา
2.จัดแผนผังพื้นที่ใช้สอยอิสระ (free plan) เพราะใช้ผนังลอยได้
3.ใช้ roof garden มีfunction เป็นระเบียง สวน ดาดฟ้า เนื่องจากเป็น flat roof
4.free facade ผนังด้านนอกไม่จำเป็นต้องรับนำ้หนัก
5.ใช้ ribbon window ช่องเจาะยาวแนวนอนได้
            Corbusier ได้เปลี่ยนแปลงกระบวนการของเขา หลังสงความเขาทิ้งความตั้งใจที่ชอบผลิตผลของเครื่องจักรที่มีพื้นผิวที่เรียบลื่น และหันไปชอบกระบวนการแบบใหม่ซึ่งเขาเรียกว่า brutism คือ ความหยาบของผิววัสดุ เมื่อเป็นเช่นนี้จะเห็นว่าเขามักทำโครงสร้างแบบคอนกรีตเปลือย และเขาเห็นว่า อาคารนั้นไม่เหมาะกับคน แต่ควรทำให้คนเหมาะกับอาคารจึงกำหนดสัดส่วนของอาคารให้เหมาะสมแทน
ที่มา: http://baiplu-httpwwwbloggercom.blogspot.com/2011/12/le-corbusier-modern.html



ที่มา: http://www.youtube.com/watch?v=elvsHY3f3xg&feature=player_embedded#!

สถาปัตยกรรมในอนาคต




   ในฐานะที่เป็นสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ได้ดำเนินการตามการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่เราเห็นทำให้เข้าใจง่ายของรูปแบบเส้นที่ชัดเจนและน้อยของ embellishments ไม่มี ตอนนี้กำลังมองหาที่โครงการของการออกแบบสถาปัตยกรรมในอนาคตเราจะได้เห็นวิธีการที่สถาปัตยกรรมสมัยใหม่มีการพัฒนาในรูปแบบที่แตกต่างกันมากมาย
    สำรวจคุณสมบัติของวัสดุและรูปแบบการเล่นมุมแรงโน้มถ่วงและโครงสร้างที่ทันสมัย​​สถาปนิกโครงการอาคารที่สวยงามอย่างที่โลกยังไม่ได้เห็นมาก่อน ความเรียบง่ายของการออกแบบที่ทันสมัย​​จะไปอยู่เบื้องหลังเป็นรูปแบบที่ซับซ้อนใหม่รวบรวมข้อมูลในการออกแบบของสถาปนิกมีความทะเยอทะยานที่ทันสมัย
     แรงบันดาลใจจากสิ่งใหม่ ๆ และบางครั้งคนที่เรียบง่ายรอบตัวเราแม้สถาปนิกที่ทันสมัย​​เกิดขึ้นกับโครงการของอาคารขนาดใหญ่ในรูปแบบของดวงตาของแมลงปอ, เก้าอี้ยักษ์ร่างกายของเปลวไฟ ฯลฯ ดังนั้นได้รับประสบการณ์แนวคิดใหม่ของสถาปัตยกรรมที่ทันสมัย




ที่มา : http://talk.mthai.com/topic/311431

วันพุธที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2555

สถาปัตยกรรมสีเขียวยุคอนาคต

“สถาปัตยกรรมสีเขียว” (Green Architecture) หรือ “ดีไซน์สีเขียว” (Green Design) คือการก่อสร้างอาคารที่มีจุดประสงค์เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์และ สิ่งแวดล้อมให้เหลือน้อยที่สุด ผ่านการเลือกใช้วัสดุและวิธีการก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

        “Green”, “Ecology”, and “Sustainable” ถูกใช้โดยนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ต่อมาเมื่อสถาปัตยกรรมได้ให้ความสนใจในความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น คำเหล่านี้จึงถูกนำมารวมกับสถาปัตยกรรม โดยให้ความหมายที่สื่อถึง งานสถาปัตยกรรมที่คำนึงถึงระบบนิเวศน์ สิ่งแวดล้อมและเป็นสถาปัตยกรรมที่มีออกแบบโดยคำนึงถึงความยั่งยืนของ ธรรมชาติ สถาปัตยกรรมในแนวความคิดนี้มีเป้าหมายในการออกแบบที่จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวด ล้อมน้อยที่สุดและสร้างสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่ มีผลดีต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย ความหมายเชิงลึกของคำเหล่านี้เกี่ยวพันไปถึงเรื่องที่สถาปนิกจะทำได้เพื่อ การรักษาเยียวยา รวมไปถึงการขยาย สืบต่อ หรือทำให้โลกสามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงและคงอยู่เพื่อมนุษยชาติในรุ่นต่อๆ ไป

พีระมิด ชิมิสุ เมกะ-ซิตี้ ยังคงเป็นเพียงจินตนาการ เนื่องจากต้องพัฒนาวัสดุก่อสร้างที่มีน้ำหนักเบาให้ได้ก่อน อย่างไรก็ตาม สถาปนิกวางแผนจะสร้างตึกระฟ้าภายในพีระมิดแห่งนี้ ซึ่งจะลอยอยู่ภายในอ่าว โตเกียว

ลอนดอน บริดจ์ ทาวเวอร์ หรือ "เดอะชาร์ด" ความสูง 1,000 ฟุต จะสร้างสำเร็จในปี 2012 และจะกลายเป็นอาคารสูงที่สุดในทวีปยุโรป ภายในประกอบด้วยสำนักงาน, แฟลต, ภัตตาคาร และ โรงแรม


หอคอยรูปต้นไม้ในเมืองไทชุงของไต้หวัน มีลานชมวิวที่บรรจุก๊าซฮีเลียม ช่วยให้สามารถลอยขึ้นไปตามความสูงของหอได้ หอคอยแห่งนี้จะเริ่มก่อสร้างในปีหน้า โดยจะมีแผงโซลาร์เซลล์ และ เครื่องเก็บกักน้ำฝน ภายในมีสำนักงาน, ร้านอาหาร และ พิพิธภัณฑ์ให้คนเยี่ยมชม

มาสดาร์ ซิตี้ ในเมืองอาบูดาบี จะเปิดบริการเต็มรูปแบบในปี 2020 โดยห้ามนำรถยนต์มาใช้ในเมือง และมีระบบรีไซเคิลน้ำ


สนามกีฬา อัล ฆอร์ สเตเดียม ในกาตาร์ ถูกสร้างขึ้นสำหรับการแข่งขันฟุตบอล เวิลด์ คัพ ในปี 2022 มีทั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์และเครื่องปรับอากาศ ที่จะทำให้อุณหภูมิภายในต่ำกว่า 80 องศาฟาเรนไฮต์ (26 องศาเซลเซียส)

โซจิ โอลิมปิก สเตเดียม ในรัสเซีย เป็นสนามกีฬาถาวรสำหรับกีฬาฤดูหนาวในปี 2014 กำแพงและหลังคาถูกปูด้วยแผ่นคริสตัลที่ช่วยสะท้อนแสงอาทิตย์ และจะเปิดไฟสว่างไสวในเวลากลางคืน


หอคอยลอยน้ำ "ไกร์" (Gyre) เป็นทั้งรีสอร์ตและสถานีวิจัย สามารถล่องลอยข้ามมหาสมุทรได้

อาคาร "ซีสเครเปอร์" (Seascraper) ถูกออกแบบให้สามารถจอดในที่ซึ่งกระแสน้ำไหลแรง เพื่อสร้างพลังงานสะอาด


นครปารีสเริ่มให้สถาปนิกออกแบบอาคารให้มีบรรยากาศร่มรื่นเหมือนชานเมือง


ที่มา :http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2059362

หอเอียงชื่อดังก้องโลก สถาปัตยกรรมแสนมหัศจรรย์