วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

สถาปัตยกรรมแปลกๆ

เป็นการออกแบบการสร้างอาคารที่ไม่เหมือนใคร เป็นผลงานที่สร้างมาจากภาพถ่ายของวรรณกรรม Filip Dujardin ที่จะมีรูปลักษณะของโครงสร้างอาคารแปลกๆ










ที่มา: http://www.homedecorthai.com/articles/Unusual_architecture-84-1522.html

ทัชมาฮัล เป็นอนุสาวรีย์แห่งความรักที่ยิ่งใหญ่ของโลก เพราะที่นี่เป็นสุสานฝังศพของ มุมทัชมาฮัล ราชินีผู้ป็นที่รักยิ่งของ พระเจ้าชาห์เยฮัน อยู่ในเมืองอัคระ บนฝั่งแม่น้ำยมนา ประเทศอินเดีย
        มุมทัชมาฮาล เป็นมเหสีที่พระเจ้าชาห์เยฮันรักมากที่สุด พระนางสิ้นพระชนม์เพราะคลอดโอรสองค์ที่ 15 ซึ่งทำให้พระเจ้าชาห์เยฮัน เศร้าโศกมาก พระองค์จึงสร้างที่ฝังศพที่หญ่โตที่สุดในโลกขึ้นที่ริมแม่น้ำยมนา
        สร้างระหว่างปี พ.ศ. 2173-2191 (ค.ศ. 1630-1648) เสียเวลาสร้างอยู่ 23 ปี ทกส่วนสร้างด้วยหินอ่อนสีขาวนวลบริสุทธิ์ ตามแบบสถาปัตยกรรมเปอร์เซีย โดยสถาปนิก อุสตาด ไอสา (Ustad lsa) มีผู้ร่วมสร้างเป็น ผู้ออกแบบ ช่างเขียนลวดลาย ช่างอิฐ ช่างปูน ช่างประดับลวดลายด้วยกระเบื้อง ช่างแกะสลัก ช่างตกแต่งภายใน รวม 20,000 คน วัตถุในการก่อสร้าง คือ หินอ่อนสีขาวจากเมืองมะครานา หินอ่อนสีแดงจากเมืองฟาตีบุระ หินอ่อนสีเหลือง จากฝั่งแม่น้ำนรภัทฑ์ เพชรตาแมวจากกรุงแบกแดด ปะการัง และ หอยมุกจากมหาสมุทรอินเดีย หินเจียรไนสีฟ้าจากเกาะลังขะ เพชรจากเมืองบนทลขัณฑ์ สิ้นเงินค่าก่อสร้าง 50,000,000 เหรียญอเมริกัน หรือ ประมาณ 1,000,000,000 บาท
        ซึ่งได้รับคำรับรองจากสถาปนิกทั่วโลกว่าสร้างขึ้นโดยถูกสัดส่วน และ วิจิตรงดงามที่สุด กว้างยาวด้านละ 39 เมตร(130 ฟุต) ตรงกลางมีโดมสูง 60 เมตร(200 ฟุต) มีโดมเล็กๆ เป็นหสูงอยู่ทั้ง 4 มุม ภายในประดับด้วย หินอ่อนสลักฉลุเป็นลวดลายวิจิตรตระการตาแทรกเสริมด้วย พลอยสี ทับทิม และนิล ตรงกลางภายใต้หลังคาโดมใหญ่มีแท่นวางหีบศพที่ทำด้วยหินอ่อน และมีฉากหินอ่อนฉลุลายงามเป็นพิเศษกั้นอีกชั้นหนึ่ง แต่ศพจริงๆ ไม่ได้บรรจุอยู่ในหีบ หากฝังอยู่ในอุโมงค์ใต้ดินตรงกับที่วางหีบศพนั้น ภายหลังที่สร้างทัชมาฮัล ซาร์เจฮันใฝ่ฝันที่จะสร้าง ที่ฝังศพตัวเองที่ฝั่งแม่น้ำตรงกันข้ามจะเป็นหินอ่อนสีดำล้วนๆ แต่ลูกชายเกรงเงินจะหมดจะไม่มีใช้ เมื่อขึ้นครองราชสมบัติจึงจับพ่อขังอยู่ได้ 7 ปี ก็สิ้นพระชนม์ ประมาณปี พ.ศ.2209 (ค.ศ.1666) แล้วเอาศพไปฝังข้างศพแม่ ส่วนนายช่างผู้ออกแบบถูกสั่งให้ประหาร ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้มีโอกาสออกแบบสิ่งก่อสร้างใด ๆ ที่สวยกว่าได้
        ทัชมาฮัลเป็นสถาปัตยกรรมที่ได้รับการยกย่องว่าสร้างขึ้นมาได้อย่างเหมาะสมสวยงามน่ามหัศจรรย์

ที่มา: http://www.wonder7th.com/3taj_mahal.htm

หอไอเฟล


หอไอเฟล เป็นสถาปัตยกรรมอีกชิ้นหนึ่งที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่มีความแปลกใหม่และทันสมัย  มีความงดงามและเป็นศิลปกรรมที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์

หอไอเฟลเป็นสัญลักษณ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรำลึกถึงการปฏิวัติประชาชนที่มีอายุครบรอบ 100 ปี ใช้งบประมาณในการก่อสร้างถึง 71 ล้านฟรังค์ ผู้ที่ออกแบบหอไอเฟลคือ นาย กุสตาพ เอฟเฟล

หอไอเฟลแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นจากโครงเหล็กขนานใหญ่มีความสูงถึง 300 เมตร ใช้เวลาก่อสร้างนาน 2 ปี  สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2432 จัดเป็นหอที่มีการออกแบบการก่อสร้างที่มีความผิดแผกแตกต่างจากการก่อสร้างในอดีตเป็นอย่างมาก ชั้นบนของหอไอเฟลจะมีอาคาร 3 ชั้น  ไว้คอยบริการอาหารและของที่ระลึกให้แก่นักท่องเที่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถชมทัศนียภาพที่งดงามจากกรุงปารีสได้จากชั้นบนสุดของอาคารที่เปิดโล่งเอาไว้

ปัจจุบัน หอไอเฟล เป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่ทำให้ทุกคนนึกถึงประเทศฝรั่งเศสเพราะสิ่งก่อสร้างที่มีอยู่นั้น  เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีความแปลกใหม่และไม่มีใครเหมือน แม้ว่าในปัจจุบันจะมีสิ่งก่อสร้างใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย  แต่ก็ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรที่สามารถจะเข้ามาทดแทน หอไอเฟล

ที่มา: http://www.itea.5u.com/My%20Webs/Eiffel%20Tower.htm

มหาวิหารมิลาน เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี

มหาวิหารแห่งมิลาน (Duomo di Milano) เป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมืองมิลาน และเป็นวิหารหินอ่อนสถาปัตยกรรมโกธิกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งใช้เวลาสร้างนานถึง 500 ปี ลักษณะเด่นของวิหารที่นอกเหนือจากความวิจิตรงดงามแล้ว ยังประดับประดาไปด้วยรูปั้นนับกว่า 3000 รูป ที่สวยงามไม่แพ้กัน
     ลานกว้างด้านหน้าดูโอโมที่มีอนุสาวรีย์ พระเจ้าวิกเตอร์เอมมานูเอลที่ 2 ทรงม้า คือสถานที่จัดงานสำคัญต่างๆ และเป็นที่พบปะของผู้คน รอบๆดูโอโมคือศูนย์รวมร้านค้าแหล่งช้อปปิ้งชั้นนำ ดังนั้นหากจะมาเที่ยวเมืองมิลาน ก็ต้องเริ่มที่ดูโอโมนี่แหละ


ดูโอโมแห่งมิลาน สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิกที่อลังการมากอันแสดงถึง ความเชื่อศรัทธาในคริสต์ศาสนา และความยิ่งใหญ่ของพระศาสนจักร ในการเผยแผ่ความเชื่อคริสตชน ในเขตลอมบาเดีย ทางภาคเหนือของประเทศอิตาลี ถือเป็นอาสนวิหารแม่ของอัครสังฆมณฑลมิลาน ซึ่งเป็นอัครสังฆมณฑลที่ใหญ่ที่สุดในโลก
     เฉพาะอัครสังฆมณฑลมิลานแห่งเดียวก็ใหญ่กว่าพระศาสนจักรไทยหลายเท่า ทั้งนี้ก็เพราะว่า อัครสังฆมณฑลมิลานมีจำนวนคริสตชนมากถึง 5,191,510 คน มีวัดทั้งหมด 1,108 วัด มีพระสงฆ์ทั้งหมด 2,308 องค์ แยกเป็นพระสงฆ์สังฆมณฑล 2,066 องค์ พระสงฆ์นักบวช 242 องค์ มีสังฆานุกรถาวร 96 องค์ และสังฆนุกรที่จะบวชเป็นพระสงฆ์ 23 องค์ แบ่งออกเป็น 7 เขตปกครอง
     แต่ละเขตมีพระสังฆราช ( ผู้ช่วย) ทำหน้าที่ปกครอง ประมุขคนปัจจุบันคือ พระคาร์ดินัล ดิโอนีจิ เต็ตตามานซิ ( Cardinal Dionigi Tettamanzi ) (ที่มา : Arcidiocesi di Milano: I MINISTRI ORDINATI Annuario 2008. Milano: Centro Ambrosiano, 2008)
     ดูโอโมแห่งมิลาน ถือเป็นอาสนวิหารที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ยาว 148 เมตร กว้าง 88 เมตร จะเป็นรองก็แต่มหาวิหารนักบุญเปโตรที่กรุงโรมเท่านั้น เริ่มสร้างในสมัย พระอัครสังฆราชอันโตนิโอ ดาซาลุซโซ ( Antonio da Saluzzo ) ในปี ค.ศ. 1386 ภายใต้ การออกแบบและควบคุมของ ซิโมเน ดา ออร์เซนีโก ( Simone da Orsenigo ) ซึ่งเป็นวิศวกรคนแรก โดยการสนับสนุนของ เจียน กัลเลอัซโซ วิสกอนติ ( Gian Galeazzo Visconti ) และเงินบริจาคของคริสตชน
     การก่อสร้างได้ดำเนินเรื่อยมาอย่างยาวนานแบบไม่มีวันสิ้นสุด ผ่านยุคสมัยและเหตุการณ์ต่างๆ มากมาย จนกระทั่งวันที่ 6 มกราคม ค.ศ. 1965 ซึ่งเป็นวันที่ประตูบานสุดท้ายของอาสนวิหารแล้วเสร็จและเปิดใช้ จึงถือเป็นวันสิ้นสุดของการก่อสร้างที่ยาวนานและยิ่งใหญ่อลังการของอาสนวิหารแห่งนี้ รวมระยะเวลาในการ ก่อสร้างทั้งสิ้น 579 ปี ความโดดเด่นของดูโอโม อยู่ที่ยอดแหลมบนหลังคา บนยอดใหญ่ตรงกลางมีพระรูปแม่พระ ทำด้วยทองสัมฤทธิ์ขนาดความสูง 4 เมตร ซึ่งเรียกกันว่า มาดูนีนา (Madunina)
     เนื่องจากตั้งอยู่ในระดับความสูง 108.5 เมตร จึงทำให้มองดูเล็กนิดเดียว รายล้อมด้วยยอดแหลมอีก 135 ยอด ทำให้อาสนวิหารดูสง่าและแปลกตา หากไม่กลัวเหนื่อยสามารถไต่บันได 158 ขั้น ขึ้นไปบนหลังคาเพื่อชมทัศนียภาพของเมืองมิลานได้ แต่ต้องเสียค่าขึ้นชม 5 ยูโร แต่หากใช้ลิฟต์เสีย 7 ยูโร ด้านหน้าของดูโอโมประดับประดาด้วยรูปปั้นและรูปสลักหินอ่อนที่ประณีตบรรจง

ที่มา: http://travel.thaiza.com/detail_136782.html

มหาวิหารซาเกร็บ ประเทศโครเอเชีย

มหาวิหารซาเกร็บ
 มหาวิหารซาเกร็บ (Zagreb Cathedral) มหาวิหารสังกัดโรมันคาทอลิกที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองซาเกร็บ สร้างขึ้นในแบบสไตล์นีโอโกธิค ในช่วงศตวรรษที่ 11 ซึ่งถือว่าเป็นอาคารที่สูงที่สุดในโครเอเชีย และยังเป็นศูนย์กลางของคริสต์จักรในประเทศโครเอเชียอีกด้วย

ที่มา: http://travel.thaiza.com/%E0%B8%8B%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%9A-%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2/199884/

วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

บ้าน ญี่ปุ่น

การออกแบบบ้านในยุคปัจจุบัน ส่วนใหญ่แล้วสถาปนิกมักคำนึงถึงความคุ้มค่า ประโยชน์ใช้สอย และต้นทุนการสร้างอย่างประหยัด สำหรับแนวทางของเว็บไซต์ “บ้านไอเดีย” เรามักนำแบบบ้านจากต่างประเทศมาให้ชมกัน เนื่องจากลักษณะการออกแบบที่แหวกแนว เป็นไปได้ทุกอย่าง ไม่มีขีดจำกัด ทางทีมงานหวังเพียงว่า สถาปัตยกรรมเหล่านี้ ได้เป็นแรงจูงใจให้กับผู้ที่คิดจะสร้างบ้าน ได้ทราบว่า การสร้างบ้านนั้น ไม่ได้มีแบบที่ตายตัว มันเป็นไปได้ทุกอย่าง อยู่ในไอเดียที่สร้างสรรค์ ยิ่งนอกกรอบ ยิ่งน่าสนใจ และหากออกแบบมาได้อย่างลงตัว คุ้มค่า สิ่งนี้ยิ่งตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี บ้านหลังนี้ ออกแบบโดย สถาปนิกชาวญี่ปุ่น MYZ House No.555 เป็นที่ทราบกันดี ประเทศญี่ปุ่นนั้น พื้นที่น้อย แนวทางการออกแบบต้องคุ้มค่ากับพื้นที่ให้มากที่สุด
การออกแบบภายใน แตกต่างอย่างสร้างสรรค์ ที่เป็นไปอย่างเรียบง่าย ง่ายอย่างแท้จริง พวกเขาใช้เพียงกล่องสี่เหลี่ยม ที่ไม่ต้องมีผนังกั้นให้วุ่นวาย ทุกห้องรวมไว้ในหนึ่งเดียวเท่านั้น แต่ถึงแม้ไม่มีผนังกั้น การตกแต่งภายในก็ยังคงรักษาสัดส่วนไว้ได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่า เป็นไอเดียการออกแบบที่ฉีกกฏเกณฑ์ทฤษฎีต่างๆ ส่งผลให้ต้นทุนในการก่อสร้างลดลงไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งเมื่อเทียบกันแล้ว ความเป็นอยู่ในบ้านหลังนี้ กับครอบครัวเล็กๆ ก็จัดได้ว่าเหมาะสมและพอเพียง


ที่มา: http://www.banidea.com/mini-house-japan-style-idea/

บ้านแบบ ญี่ปุ่น


ความคิดนอกกรอบ สร้างสรรค์สถาปัตยกรรมรูปแบบใหม่

การออกแบบบ้านในยุคปัจจุบัน ส่วนใหญ่แล้วสถาปนิกมักคำนึงถึงความคุ้มค่า ประโยชน์ใช้สอย และต้นทุนการสร้างอย่างประหยัด สำหรับแนวทางของเว็บไซต์ “บ้านไอเดีย” เรามักนำแบบบ้านจากต่างประเทศมาให้ชมกัน เนื่องจากลักษณะการออกแบบที่แหวกแนว เป็นไปได้ทุกอย่าง ไม่มีขีดจำกัด ทางทีมงานหวังเพียงว่า สถาปัตยกรรมเหล่านี้ ได้เป็นแรงจูงใจให้กับผู้ที่คิดจะสร้างบ้าน ได้ทราบว่า การสร้างบ้านนั้น ไม่ได้มีแบบที่ตายตัว มันเป็นไปได้ทุกอย่าง อยู่ในไอเดียที่สร้างสรรค์ ยิ่งนอกกรอบ ยิ่งน่าสนใจ และหากออกแบบมาได้อย่างลงตัว คุ้มค่า สิ่งนี้ยิ่งตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี บ้านหลังนี้ ออกแบบโดย สถาปนิกชาวญี่ปุ่น MYZ House No.555 เป็นที่ทราบกันดี ประเทศญี่ปุ่นนั้น พื้นที่น้อย แนวทางการออกแบบต้องคุ้มค่ากับพื้นที่ให้มากที่สุด